วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ย้อนวันวาน @ สวนสุนันทารำลึก



พระราชฐานสวนสุนันทา

"...สมเป็นสวนสวรรค์สำหรับเหล่าสนมกำนัล มีสุมทุมพุ่มไม้
คลองเกาะแอ่งน้ำใหญ่น้อย มีต้นไม้นานาชนิด
ม้ดอกไม้ใบและไม้เถา อย่างหาที่อื่นไม่มี
เพราะพระมเหสี เจ้าจอมหม่อมห้ามล้วนเสาะแสวงหามาประดับ
ตอนเช้ามืดดอกไม้หอมรื่นไปทั่ว ทุกฤดูดอกไม้บานสลับกันไปตลอดปี
กรรณิการ์หล่นเกลื่อนตามพื้นดิน ยามรุ่งอรุณกลิ่นสายหยุด
มณฑาโชยมาตามลมปลุกคนให้ตื่นแต่เช้าด้วยความชื่นบาน วิ่งแข่งกันไปเก็บดอกไม้..."




พระราชฐานสวนสุนันทา

สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ที่มีพระราชประสงค์จะให้สร้างพระราชฐานที่ประทับสำหรับพระมเหสีเทวี พระราชธิดา
และเจ้าจอมพระสนม ภายหลังจากที่พระองค์ได้เสด็จสวรรคตไปแล้ว
แต่การณ์ก็ยังมิได้เป็นไปตามพระราชประสงค์พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
 พระราชโอรสจึงทรงรับพระราชภาระในการสร้างพระราชฐานแห่งนี้สืบต่อจากพระราชบิดา
 โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ห้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
เป็นผู้อำนวยการก่อสร้างพระตำหนักต่างๆ รวม 32 ตำหนัก
และพระยาประชากรวิจารณ์ (โอ อมาตยกุล) เป็นผู้ควบคุมงาน
การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2462


 พระตำหนักสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี
 (สมเด็จพระพันวัสสา)สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี
ถือว่าทรงเป็นเจ้านายที่มีพระอิสริยยศสูงที่สุด





อาณาเขตสวนสุนันทา มีเนื้อที่ 122 ไร่ มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง
พื้นที่ตกแต่งเป็นโขดเขาคูคลอง มีสวนพฤกษชาติและตำหนักเรียงรายทั่วไปรอบสระน้ำ
แต่ละตำหนักจะมีขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างก็สุดแล้วแต่ว่าเป็นตำหนักของเจ้านายพระองค์ใด
หากเป็นตำหนักของพระมเหสีและสมเด็จเจ้าฟ้าพระราชธิดา
ก็มักจะอยู่ทางด้านทิศใต้ใกล้กับสระน้ำ
เป็นตำหนักที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ และมีการปลูกสร้างอาคารสำหรับให้กับ
บรรดาผู้ที่ห้องล้อมพระเกียรติยศได้อยู่อาศัยด้วย
แต่หากเป็นตำหนักที่ประทับของพระราชธิดาชั้นรองลงมา
หรือเรือนของเหล่าเจ้าจอมพระสนม และข้าราชสำนักฝ่ายใน
ตัวตำหนักก็จะมีขนาดย่อมลงมาพอให้ใช้เป็นที่ประทับได้อย่างสมพระเกียรติ
โดยมากจะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกตลอดไปจนถึงทางด้านทิศเหนือตามแนวกำแพงวัง






เมื่อเปรียบเทียบกับบรรดาเจ้านายฝ่ายในทั้งหมดที่มีตำหนักที่ประทับในสวนสุนันทา
เพราะทรงเคยดำรงตำแหน่งพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 5 มาแล้ว
และแม้ต่อมาภายหลังจะได้ทรงลดฐานะมาเป็นเพียงพระมเหสีรอง
แต่ก็ทรงเป็นที่เคารพยำเกรงของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์
ในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงมีฐานะเป็นสมเด็จพระมาตุจฉาเจ้า
เพราะทรงมีศักดิ์เป็นเชษฐภคนีร่วมพระมารดาเดียวกับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยิ่งต่อมาได้ทรงดำรงฐานะประธานของพระราชวงศ์ฝ่ายใน
เมื่อสมเด็จพระพันปีหลวงได้เสด็จสวรรคตไปแล้ว พระอิสริยยศพระอิสริยศักดิ์ของพระองค์
ก็ได้เพิ่มพูนเป็นลำดับ จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 7
จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า

อย่างไรก็ตามแม้จะทรงมีตำหนักในสวนสุนันทา
แต่ก็ไม่ปรากฏว่าได้เสด็จมาประทับยังพระราชฐานแห่งนี้
เพราะในระหว่างที่การก่อสร้างสวนสุนันทายังไม่แล้วเสร็จ
ในปี 2459 พระองค์ได้โปรดให้สร้างพระตำหนักของพระองค์ขึ้นในที่ดินของพระราชโอรส
บริเวณตำบลปทุมวัง ติดกับคลองแสนแสบ (ปัจจุบันคือ "วังสระปทุม")
 และได้เสด็จ ไปประทับยังพระตำหนักแห่งใหม่นี้เป็นการถาวร
ดังนั้นเมื่อพระตำหนักในสวนสุนันทาสร้างเสร็จจึงไม่ได้เสด็จเข้ามาประทับ
จนกระทั่งในปี 2460 หลังจากเหตุการณน้ำท่วมพระนครครั้งใหญ่ปีมะเส็ง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย
และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร พระราชธิดาบุญธรรมทั้ง 3 พระองค์
ย้ายจากสวนดุสิตเข้ามาประทับที่พระตำหนักของพระองค์
ในสวนสุนันทาแทน เพราะเนื่องจากตำหนักนี้เป็นตำหนักขนาดใหญ่
จึงสามารถจัดเป็นสัดส่วนให้เจ้านายทั้ง 3 พระองค์ประทับอยู่อย่างสุขสบายกว่า
พระตำหนักสวนหงส์ ในสวนดุสิต โดยพระตำนักนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
มีประตูเชื่อมถึงกัน แต่โดยมากจะปิดไว้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น